ยักษ์ร้ายในตัวคุณ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายตัดฟืนอาศัยอยู่ในป่า
ทำมาหากินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต..
อยู่มาวันหนึ่งปรากฏ ร่างเทวดาตรงหน้าชายตัดฟืน
“เราจะมอบของล้ำค่า เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนที่เจ้าเป็นคนดี”
“สิ่งนี้มันคือ ยักษ์วิเศษ “

เทวดากล่าวและบรรยายสรรพคุณต่อ “เจ้ายักษ์ตนนี้มีความสามารถสูง
มันเกิดมาเพื่อทำงาน มันสามารถทำงานให้เจ้าได้ทุกอย่าง
และทำได้อย่างมประสิทธิภาพ และที่สำคัญมันทำงานได้เร็วมากเลย”

“แต่..” เทวดาเว้นวรรคเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ
“เจ้าต้องระวังหากไม่สามารถหางานให้มัน ทำได้ละก็
มันจะกลับมาเล่นงานเจ้าเอง มันจะเล่นงานเจ้าถึงตายเชียวนะ”
ชายตัดฟืนตัดสินใจรับยักษ์วิเศษไว้ เขาพามันกลับบ้าน ทันที

ที่เข้าบ้าน ยักษ์ตนนั้นก็เริ่มกล่าวว่า “นาย ๆ มีอะไรให้ข้าฯ ทำบ้าง”
ชายตัดฟืนได้มอบหมายงานให้ยักษ์ไปทำความสะอาดบ้านที่รกรุงรัง
ตัวเองก็กระหยิ่มใจที่ได้พัก ขณะที่เขากำลังจะเอนตัวลงงีบ
ก็ได้ยินเสียงชัดเจนดังข้างหูว่า..
“นาย ๆ ข้าฯ ทำความสะอาดบ้านเสร็จ แล้ว มีอะไรให้ข้าฯ ทำอีก”
ชายตัดฟืนกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
..บ้านสะอาดหมดจดอย่างไม่มีที่ติ
เขาสั่งให้ยักษ์ทำโน่น นี่ นั่น เยอะแยะ
แต่เจ้ายักษ์ก็ทำเสร็จ รวดเร็วเสียจนเขาไม่ทันได้พัก
เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
เขาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสั่งให้ยักษ์ไปตัดฟืนที่เขาทำค้างไว้
คงเป็นงานชิ้นใหญ่ที่ทำให้เขาพอมีเวลา

จากนั้นชายตัดฟืนรีบไปปรึกษาท่านผู้รู้ประจำหมู่บ้าน
หลังจากฟังคำแนะนำ ชายตัดฟืนได้กลับถึงบ้าน
เจ้ายักษ์เสร็จงานผ่าฟืนพอดี “นายๆ ผมผ่าฟืน เสร็จแล้วมีอะไรให้ผมทำอีก”
น้ำเสียงของเจ้ายักษ์ส่อเลศนัยว่ามันจะได้กินชายตัดฟืนเป็นอาหารแน่ๆ
ชายตัดฟืนเริ่มทำตามแผนทันที..

เขาสั่งให้ยักษ์พาตนไปยังต้นไม้สูงกลางป่า
ณ ต้นไม้นั้นเขาสั่งให้เจ้ายักษ์ให้ลิดกิ่ง ลิดใบออกจนหมด
ต้นไม้สูงต้นนี้จึงดูหมือนเสาโล้นๆ ต้นหนึ่ง “นับจากนี้ไป”
ชายตัดฟืนกล่าว “เมื่อใดที่เจ้ายืนอยู่ที่โคนต้นงานของเจ้าคือให้ปีนขึ้นไปจนสุดปลายยอดไม้”
เขาเว้นเล็กน้อย  ก่อนที่จะกล่าวต่อ
“และเมื่อใดที่เจ้าอยู่ปลายยอดไม้ งานของเจ้าคือให้ปีนลงมายังโคนต้นไม้”

คำสั่งสองคำนี้ทำให้เจ้ายักษ์ทำงานเป็นวงจรอันไม่รู้จบ
ผลก็คือเมื่อใดที่ชายตัดฟืนมีงานให้ทำ เขาก็เรียกเจ้ายักษ์มาใช้
ครั้นเมื่องานเสร็จสิ้นลง เขาก็ใช้ให้เจ้ายักษ์ไปปีนต้นไม้

——  นิทานจบลงเท่านี้ ——

ยักษ์วิเศษตนนี้ก็คือความคิดของคนเรานี่เอง
ใช่หรือไม่ที่ความคิดของเราเป็นสิ่งที่มีความสามารถสูง
เป็นสิ่งที่เร็วยิ่ง เรามีเทคโนโลยีอันทันสมัย เดินทางไปถึงดวงจันทร์ได้
ก็เพราะความคิดนี่เอง แต่..บ่อยครั้งที่เราพบว่า….
เพราะความคิดนี่แหละ กลับมาเล่นงานมนุษย์เสียเอง
บางคนคิดมากจนบั่นทอนสุขภาพ บ้างถึงกับจบชีวิตตนเองลงด้วยซ้ำ
ก็เพราะเจ้าความคิดนี่เอง
ต้นไม้ในนิทานก็คือลมหายใจในตัวเรานั่นเอง
ซึ่งจะเดินทางขึ้นลง จากปอดขึ้นสู่จมูกจากจมูกลงสู่ปอดเท่านั้น

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ผู้มีปัญญาย่อมรู้จักที่จะใช้ความคิดของตนเองให้เกิดประโยชน์
ครั้นเมื่อว่างจากการคิด..
ก็ควรหมั่นฝึกนำจิตของตนมารู้อยู่กับลมหายใจเข้าและลมหายใจออก
ผู้ที่ทำได้เช่นนี้ ก็จะยังชีวิตที่เป็นประโยชน์และเป็นสุข

credit:http://www.artsmen.net/content/show.php?Category=thinkboard&No=1694

เห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาแบ่งปันครับ

อ่านจบแล้ว ส่งข้อความมาทักทายกันได้ที่นี่ครับ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: