ใจละเมอ ไปหาเธอ

คุณเคยรู้สึกใหม.. ประมาณว่า
เรื่องมันเริ่มตอนไหนไม่รู้
รู้แต่ว่า รู้สึกตัวอีกที เราก็คิดไปไกลมาก
บางทีก็คิดไปไกลเป็นห้าปี สิบปี
อาจคิดไป ถึงอนาคต หรือ ล่องลอยไปกับอดีต
คิดไปนานๆ พอรู้สึกตัวดึงความคิดกลับมา
เหมือนรู้สึกว่ามีแรงกระทบนิดหนึ่ง
ผมไม่แน่ใจว่ามันกระทบตรงไหนกันแน่
แต่ที่แน่ๆ มันเหมือนกระเทือนในช่องตรงหน้าอกเรานี่แหละ
ผมก็เลยนึกกลัวขึ้นมา
กลัวการคิด
จึงพยายามทำตัวไม่คิดมาก
เพราะกลัวเกิดอาการกระทบกระเทือนทางใจ
ซึ่งเป็นบ่อยๆอาจไม่ดีต่อสุขภาพ
ผมจึงพยายามหยุดตัวเอง
จะคิดอะไรก็ไม่ปล่อยให้มันคิด
แต่.. สมองเรามันถูกฝึกมาให้คิดอยู่ตลอด
มันจึงยากมาก..
วันหนึ่งมันก็ลอยไปอีก
พอผมนึกขึ้นใด้ว่าใจลอย
มันก็ กระเทือน เบาๆ ตรงนั้นอีกแล้ว..
แสดงว่าไอ้ที่เราพยายามมาทั้งหมดมันสูญเปล่าเหรอเนี่ย
ยิ่งถ้าคิดไปไกลแรงกระเทือนยิ่งหนัก


วันหนึ่งผมก็เลยคิดได้
ด้วยความอยากรู้ว่าเวลามันกระเทือนจริงๆนี่
มันจะโดนที่ตรงไหน สมอง หรือในหน้าอก
หรือหากเราคิดถึงเรื่องอนาคตไกลๆ
มันจะมีแรงกระเทือนเท่าคิดเรื่องใกล้ตัวหรือเปล่า
วันนั้นผมเลยตั้งใจ
คิดเรื่องอนาคตคิดไปว่าสิบปีจะเป็นอย่างไร
หรืออีกยี่สิบปีจะเป็นอย่างไร
พอรู้สึกว่าคิดนานพอก็ดึงความคิดกลับมา
และแล้ว..
ปรากฏว่า.. ไม่มีแรงกระเทือนใดๆ เกิดขึ้น
เฮ้ย! มันเป็นไปได้ไง
เอาใหม่ นักทดลองที่ดีต้องทดลองอย่างน้อยสามครั้ง
แล้วค่อยหาค่าเฉลี่ย
ผมเลยคิดเรื่องงาน
เรื่องอดีต
เรื่องบ้าน
เรื่องอาหารการกิน
ทุกครั้งพอเลิกคิด มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผมงงมาก
ร่างกายผมหลอกตัวเองหรือเปล่า
หรือไอ้แรงกระเทือนที่ว่า
ผมแค่บ้าบอคิดไปเอง
ขณะงงกับความคิด
หาคำตอบไม่ได้ก็เลยพอ ..เลิก ..ปล่อยมันไป
ผ่านไปนานเท่าไหน่ไม่รู้
ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ผมสะดุ้งเฮือก ด้วยความตกใจ
นั่น มันกระเทือนอีกละ
ผมก็เลย อ๋อ ตอนนั้นเอง
เวลาเราเผลอคิดอะไรซักอย่าง
มันก็เหมือนเราเผลอโยนก้อนหินขึ้นฟ้า
ถ้าเราลืมไปว่าเราโยนหินก้อนนั้นไป
เวลามันตกกลับลงมา
โดนหัว โดนตัว มันก็เจ็บ

..แสดงว่าตอนที่ผมตั้งใจคิด
แล้วมันไม่รู้สึกกระทบกระเทือนอะไรเลย
นั่นก็เพราะ ผมตั้งใจโยนก้อนหินนั้น
แล้วผมก็แหงนหน้ามองมันอยู่
มองมันลอยขึ้น
มองมันตกลง
พอมันจะถึงตัวผมก็คว้าไว้
มันถึงไม่โดนหัวตัวเอง
อ้อ.. อย่างนี้นี่เอง
ความจริงแล้ว ความคิดผม
มันไม่มีพิษมีภัยอะไรกับตัวผมหรอก
ผมแค่ลืมมองดูมันเฉยๆ
ผมเผลอปล่อยความคิดไป โดยไม่ใส่ใจ
ตอนนี้ผมรู้แล้ว..
ผมจะคิดอะไร ผมต้องมองมัน
จ้องอย่าให้คลาดสายตา

นี่หรือเปล่านะที่เรียกว่าการมี สติ
ที่ต้องมีอยู่กับทุกอย่าง ทุกเรื่อง
อืม อ่านหนังสือเยอะๆ ไม่ช่วยอะไรเลยนะเนี่ย
ถ้าไม่เคยทำคงไม่รู้ไม่เข้าใจ
งั้นครั้งหน้าผมจะคิดอะไรผมคงต้องคิดอย่างตั้งใจ
เหมือนกับวันนี้ที่ผมบอกตัวเองว่า
ผมจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับสติ
เอ๊ะ.. แล้วทำไมไม่ตั้งชื่อเรื่องว่า สติ ซะเลยละ
อ้อ ก็เพราะคนเกลียดเรื่องธรรมะ จะไม่อ่านนะซิ
บางคนมองธรรมะเป็นเรื่องของพระ
แต่ผมว่า ธรรมะมันก็ คือ ธรรมชาติของคนนี่แหละ
เพียงแต่คนทุกวันนี้มันไม่มีใครรักธรรมชาติกันแล้วละ
แถมเวลาว่างก็ทำลายเล่นเสียด้วย
ได้ยินแล้วคงส่ายหน้าตามๆกัน
ผมก็คนทั่วไป คนหนึ่ง
ชีวิตผ่านมาก็ไม่ได้ ใส่ใจ อะไรเท่าไหร่
วันนี้ ผมคิดจะใส่ใจในเรื่อง ธรรมะ
ผมว่าคุณแน่มากที่อ่านมาจนถึงตรงนี้
แต่ผมขอท้า..ให้เล่นเกมกับผมเกมหนึ่ง

เกมนี้ทุกๆเช้าของแต่ละวันเราจะมี 5 แต้มเท่ากัน
ใครเก็บ 5 แต้มจนถึงเข้านอนได้คนนั้นก็ชนะ
แต่ถ้าใคร  ทำให้คนอื่นเจ็บปวด   จะโดน  -1 แต้ม
โครพูดโกหก ก็ต้องโดนอีก -1
ใครคิดนอกใจแฟน ก็ -1
(ไม่มีแฟนแล้วดันอยากได้แฟนคนอื่น คุณก็ -1 นะครับ โสดแล้วอย่าคิดว่ารอด)
ใครขโมย ก็ต้อง -1
และใครดื่มเหล้าดื่มเบียร์ ก็จะ -1

ผมเคยคิดนะว่า ผมยังวัยรุ่นแท้ๆ
ผมจะมาสนเรื่องพวกนี้ทำไม
แต่ผมว่า ผมเกิดมาตั้ง 25 ปี อาจทำสิ่งไม่ดี มากกว่าสิ่งดีก็เป็นได้
ถ้าเกิดวันหนึ่งผมหยุดหายใจขึ้นมาเฉยๆ
แล้วถือคะแนนติดลบไป
ผมต้องสอบตก แน่ๆ
พอตายถ้าตกมันก็ลงได้ที่เดียวเท่านั่นแหละ

วันนี้ผมภูมิใจที่ยังมี 5 คะแนนเต็ม
คุณละ ติดลบไปหรือยัง
มาเก็บคะแนนเพื่อสอบเลื่อนชั้นกันเถอะ!

ใจลอย
คุณเคยรู้สึกใหม.. ประมาณว่า
เรื่องมันเริ่มตอนไหนไม่รู้
รู้แต่ว่า รู้สึกตัวอีกที เราก็คิดไปไกลมาก
บางทีก็คิดไปไกลเป็นห้าปี สิบปี
อาจคิดไป ถึงอนาคต หรือ ล่องลอยไปกับอดีต
คิดไปนานๆ พอรู้สึกตัวดึงความคิดกลับมา
เหมือนรู้สึกว่ามีแรงกระทบนิดหนึ่ง
ผมไม่แน่ใจว่ามันกระทบตรงไหนกันแน่
แต่ที่แน่ๆ มันเหมือนกระเทือนในช่องตรงหน้าอกเรานี่แหละ
ผมก็เลยนึกกลัวขึ้นมา
กลัวการคิด
จึงพยายามทำตัวไม่คิดมาก
เพราะกลัวเกิดอาการกระทบกระเทือนทางใจ
ซึ่งเป็นบ่อยๆอาจไม่ดีต่อสุขภาพได้
ผมจึงพยายามหยุดตัวเอง
จะคิดอะไรก็ไม่ปล่อยให้มันคิด
แต่.. สมองเรามันถูกฝึกมาให้คิดอยู่ตลอด
มันจึงยากมาก..
วันหนึ่งมันก็ลอยไปอีก
พอผมนึกขึ้นใด้ว่าใจลอย
มันก็ กระเทือน เบาๆ ตรงนั้นอีกแล้ว
แสดงว่าไอ้ที่เราพยายามมาทั้งหมดมันสูญเปล่าเหรอเนี่ย
ยิ่งถ้าคิดไปไกลแรงกระเทือนยิ่งหนัก


วันหนึ่งผมก็เลยคิดได้
ด้วยความอยากรู้ว่าเวลามันกระเทือนจริงๆนี่
มันจะโดนที่ตรงไหน สมอง หรือในหน้าอก
หรือหากเราคิดถึงเรื่องอนาคตไกลๆ
มันจะมีแรงกระเทือนเท่าคิดเรื่องใกล้ตัวหรือเปล่า
วันนั้นผมเลยตั้งใจ
คิดเรื่องอนาคตคิดไปว่าสิบปีจะเป็นอย่างไร
หรืออีกสิบปีจะเป็นอย่าไร
พอรู้สึกว่าคิดนานพอก็ดึงความคิดกลับมา
และแล้ว..
ปรากฏว่า.. ไม่มีแรงกระเทือนใดๆ เกิดขึ้น
เฮ้ยมันเป็นไปได้ไง
เอาใหม่ นักทดลองที่ดีต้องทดลองอย่างน้อยสามครั้ง
แล้วค่อยหาค่าเฉลี่ย
ผมเลยคิดเรื่องงาน
เรื่องอดีต
เรื่องบ้าน
เรื่องอาหารการกิน
ทุกครั้งพอเลิกคิด มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผมงงมาก
ร่างกายผมหลอกตัวเองหรือเปล่า
หรือไอ้แรงกระเทือนที่ว่า
ผมแค่บ้าบอคิดไปเอง
ขณะงงกับความคิด
หาคำตอบไม่ได้ก็เลยพอ เลิก ปล่อยมันไป
ผ่านไปนานเท่าไหน่ไม่รู้
ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ผมสะดุ้งเฮือก ด้วยความตกใจ
นั่น มันกระเทือนอีกละ
ผมก็เลย อ๋อ ตอนนั้นเอง
เวลาเราเผลอคิดอะไรซักอย่าง
มันก็เหมือนเราเผลอโยนก้อนหินขึ้นฟ้า
ถ้าเราลืมไปว่าเราโยนหินก้อนนั้นไป
เวลามันตกกลับลงมา
โดนหัว โดนตัว มันก็เจ็บ 

..อ้าว แล้วตอนที่ผมตั้งใจคิด
ทำไมมันไม่รู้สึกกระทบกระเทือนอะไรอะไรเลย
นั่นก็เพราะ ผมตั้งใจโยนก้อนหินนั้น
แล้วผมก็แหงนหน้ามองมันอยู่
มองมันลอยขึ้น
มองมันตกลง
พอมันจะถึงตัวผมก็คว้าไว้
มันถึงไม่โดนหัวหรือตัวผม
อ๋อ.. อย่างนี้นี่เอง
ความจริงแล้ว ความคิดผม
มันไม่มีพิษมีภัยอะไรกับตัวผมหรอก
ผมแค่ลืมมองดูมันเฉยๆ
ผมปล่อยความคิดไป โดยไม่ใส่ใจ
ตอนนี้ผมรู้แล้ว..
ผมจะคิดอะไร ผมต้องมองมัน
จ้องอย่าให้คลาดสายตา

นี่หรือเปล่านะที่เรียกว่าการมี สติ
ที่ต้องมีอยู่กับทุกอย่าง ทุกเรื่อง
อืม อ่านหนังสือเยอะๆ ไม่ช่วยอะไรเลยนะเนี่ย
ถ้าไม่เคยทำคงไม่รู้ไม่เข้าใจ
งั้นครั้งหน้าผมจะคิดอะไรผมคงต้องคิดอย่างตั้งใจ
เหมือนกับวันนี้ที่ผมบอกตัวเองว่า
ผมจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับสติ
เอ๊ะ.. แล้วทำไมไม่ตั้งชื่อเรื่องว่า สติ ซะเลยละ
อ้อ ก็เพราะเกลียดเรื่องธรรมะ จะไม่อ่านนะซิ
บางคนมองธรรมะเป็นเรื่องของพระ
แต่ผมว่า ธรรมะมันก็ คือ ธรรมชาติของคนนี่แหละ
เพียงแต่คนทุกวันนี้มันไม่มีใครรักธรรมชาติกันแล้วละ
แถมเวลว่างก็ทำลายเล่นเสียด้วย
ได้ยินแล้วคงส่ายหน้าตามๆกัน
ผมก็คนทั่วไป คนหนึ่ง
ชีวิตผ่านมาก็ไม่ได้ ใส่ใจ อะไรเท่าไหร่
วันนี้ ผมคิดจะใส่ใจในเรื่อง ธรรมะ
ผมว่าคุณแน่มากที่อ่านมาจนถึงตรงนี้
แต่ผมขอท้า..ให้เล่นเกมกับผมเกมหนึ่ง

เกมนี้ทุกๆเช้าของแต่ละวันเราจะมี 5 แต้มเท่ากัน
ใครเก็บ 5 แต้มจนถึงเข้านอนได้คนนั้นก็ชนะ
แต่ถ้าใคร  ทำให้คนอื่นเจ็บปวด   จะโดน  -1 แต้ม
โครพูดโกหก ก็ต้องโดนอีก -1
ใครคิดนอกใจแฟน ก็ -1
(ไม่มีแฟนแล้วดันอยากได้แฟนคนอื่น คุณก็ -1 นะครับ โสดแล้วอย่าคิดว่ารอด)
ใครขโมย ก็ต้อง -1
และใครดื่มเหล้าดื่มเบียร์ ก็จะ -1

ผมเคยคิดนะว่า ผมยังวัยรุ่นแท้ๆ
ผมจะมาสนเรื่องพวกนี้ทำไม
แต่ผมว่า ผมเกิดมาตั้ง 25 ปี อาจทำสิ่งไม่ดี มากกว่าสิ่งดีก็เป็นได้
ถ้าเกิดวันหนึ่งผมหยุดหายใจขึ้นมาเฉยๆ
แล้วถือคะแนนติดลบไป
ผมต้องสอบตก แน่ๆ
พอตายถ้าตกมันก็ลงได้ที่เดียวเท่านั่นแหละ

วันนี้ผมภูมิใจที่ยังมี 5 คะแนนเต็ม
คุณละ ติดลบไปหรือยัง
มาเก็บคะแนนเพื่อสอบเลื่อนชั้นกันเถอะ!

7 Responses to ใจละเมอ ไปหาเธอ

  1. Vila says:

    สวัสดี ฉันเพิ่งอ่านมาได้ไม่นานนี้เอง มันอินมากกกก อ่านทีไรก็นั่งฟินอยู่คนเดีวย คุณมี เฟชบุ๊ค มั้ยค่ะ ฉันขอซื่อเฟชคุณหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    Like

    • pathrix says:

      สวัสดีครับ ขอบคุณที่ติดตามและอินไปด้วย ^___^
      ทั้งที่หลายๆ เรื่องก็ไม่น่าอ่านเท่าไหร่
      ยังไงก็แอดมาชื่อ pathrix นะครับ..
      pim pasa Thai keng na krub khun Vila.

      Like

      • Vila says:

        ทำไมถึงรู้หว่า

        Like

      • Vila says:

        อ่า~ รู้ได้ไงง่ะ

        Like

      • pathrix says:

        ผมไปแอบดูในเฟซบุ๊คนั่นแหละครับ
        พอดีเป็นที่ๆ อยากไปเที่ยว
        ก็เลย ยิ้ม ^___^
        (เคยไปเที่ยวสะหวันนะเขตด้วยนะ แต่นานมาแล้ว)

        Like

  2. ได้อ่านความคิดของคุณ Pathrix มันทำให้คิดตาม จริงๆแล้วความคิดมันจับต้องไม่ได้มองด้วยตาเฉยก้อไม่เข้าใจ การที่คุณเขียนความคิดของคุณออกมาแบ่งปันให้คนอื่นได้อ่านและคิดไปด้วยกับคุณ มีประโยชน์มากเลย คุณไม่ปล่อยให้ความคิดของคุณลอยหายไปปล่าวๆๆคุณทำให้มัน มีตัวตน อาทิตย์ที่แล้วมีหินก้อนใหญ่ตกลงมากระทบกลางใจ ซ้ำๆๆเรื่อยๆๆ เพราะไม่รู้ตัวว่าเผลอโยนมันขึ้นไปตอนไหนรู้อีกที่ โดนกลางใจเข้าแล้ว แต่เข้ามาเจอ คุณPathrix ตอน กำลังหาเพลง heart to heart เลยโชคดีได้อ่าน ความคิดของคุณ ก้อนหินใหญ่ก้อนนั้น ตอนนี้ดูเหมือน จะเล็กลงเรื่อยๆๆ ตอนนี้กำลังฝึกมอง มองความคิดของตัวเอง
    “คิดเท่าไรๆก็ไม่รู้ ต่อเมื่อหยุดคิดได้จึงรู้ แต่ต้องอาศัยความคิดนั่นแหละจึงรู้ “(มาจากข้อคิดของหลวงปู่ดูลย์ มันตรงกับ ชื่อเรื่อง ใจละเมอไปหาเธอ
    ขอบคุณน่ะค่ะ จะอ่านให้หมด และบางอันขอแชรน่ะค่ะ

    Liked by 1 person

    • pathrix says:

      สวัสดีครับ
      ดีใจที่รู้สึกว่าบล็อกนี้มีประโยชน์อยู่บ้าง แม้ส่วนใหญ่จะมีแต่เรื่องไร้สาระ แต่สำหรับคนที่มองหาสิ่งดีๆ ย่อมเจอสิ่งดีๆ ซ่อนอยู่เสมอ
      อยากแชร์สิ่งใด ตามใจปราถนาเลยครับ ขอแค่คุณผู้อ่านมีความสุข ผมก็แฮปปี้แล้วละครับ
      ขอให้เจริญในธรรม สาธุ ^^

      Like

อ่านจบแล้ว ส่งข้อความมาทักทายกันได้ที่นี่ครับ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: