Pursuite of Happyness


Pursuite of Happyness ดูรอบที่สอง..
Will Smith กะลูกชายแสดงนำ
อันที่จริง อยู่ดีๆก็รู้สึกอยากดูหนังเรื่องนี้ขึ้นมาดื้อๆ
ก็เลยนั่งโหลดมันอยู่ตั้ง 3 วัน
และก็พึ่งได้ดูอีกครั้งเมื่อวันศุกร์นี้เอง
เป็นเรื่องที่สร้างอิงชีวิตจริงจริงของ
Christopher Paul Gardner โบรคเกอร์
ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งใน’เมริกา
เนื้องเรื่องเสนอภาพในสมัยที่เขาเป็นเซลล์
และสมัยที่เขายังระทมทุกข์เพราะเป็นคนไร้บ้าน
ก่อนจะประสบความสำเร็จในที่สุด
ผมว่า นี่เป็นเรื่องที่ให้แรงบันดาลใจที่ดีมากเรื่องหนึ่ง
หนังตลอดทั้งเรื่องแสดงให้เห็นชีวิตที่ต้องดิ้นรน
เหมือนคนทั่วๆไปบนสังคมโลก
แต่สิ่งหนึ่งที่เขามีมาก และแตกต่างจากคนอื่นๆ
ตามมุมมองของผมแล้ว ผมคิดว่ามันคือ
ความศรัทธาในตัวเอง และนั่นเป็นสิ่งที่เขา..
บอกกับภรรยาและลูกของเขาเสมอ
แต่ความศรัทธานี่แหละ เป็นสิ่งที่เกิดยากที่สุด
ซึ่งชีวิตในเขาขณะนั้น จน!
และต้องดิ้นรนอย่างหนักที่ต้องหารายได้มาจุนเจือครอบครัว
ในที่สุดความศรัทธานี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับภรรยาของเขา
เธอจึงหันหลังหนี..
และออกไปจากชีวิตที่แทบจะไม่มีจุดหมายของพระเอกเรา
ตอนนั้นลูกชายถามเขาว่า “แม่ทิ้งไปเพราะผมหรือเปล่า?”
เขาบอกกับลูกว่า “อย่าให้ความคิดแบบนี้มารบกวนลูก”
“แม่ไปเพราะตัวแม่เองต่างหาก”
ในหนัง ชีวิตเขาแบ่งออกเป็นช่วงๆ
เหมือนเริ่มตั้งแต่คนอยากเป็นนักวิ่ง
ซ้อมวิ่งทั้งวัน
เหนื่อยหนัก
แต่ก็ไม่เคยย่อท้อ
จนในที่สุดเขาก็วิ่งแตะเส้นชัยเป็นคนแรก
ในหนัง ชีวิตช่วงต่างๆของเขา
เต็มไปด้วยความยากลำบาก
รันทดหดหู่ จนถึงขั้นน่าเวทนา
วันแล้ววันเล่า..
เขาเป็นแค่พนักงานฝึกหัดโบรคเกอร์
ที่โอกาศจะได้รับเลือกให้ผ่านนั้นน้อยเต็มที
เพราะ..
ต้องฝึกงานสามเดือนโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน
และต้องแข่งกับผู้สมัครรายอื่นๆอีก 19 คน
แถมยังไม่มีที่ซุกหัวนอน จนบางวันถึงกับต้อง…
พาลูกแอบไปนอนในห้องน้ำของสถานีรถไฟ
และบางครั้งไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกิน
แต่ด้วยความมุมานะ
เขาทั้งเรียนทั้งทำงาน
แต่เขาไม่เคยโทษโชคชะตาตัวเอง
กระทั่งถึงตอนสุดท้าย..
ตอนที่หนังเหลือเนื้อเรื่องอยู่เพียงไม่ถึง 5 นาที
เขาบอกกับผู้ชมว่า..
This part of my life, this little part..
is called “happiness.”
นี่คืออีกช่วงของชีวิตผม เป็นช่วงสั้นๆที่เรียกว่า “ความสุข”
เห็นได้ชัดว่ามันเป็นช่วงที่สั้นจริงๆ
หนังจบลงตรงนั้นแบบแฮ็ปปี้เอนดิ้ง
ปล่อยให้ผู้ชมรูสึกอิ่มไปกับความสำเร็จของตัวละคร
ผมจึงคิดว่า ชีวิตเราที่ว่ามีความสุข
ที่จริงแล้วมันคือช่วงสั้นๆจริงๆ
เหมือนนักวิ่งที่วิ่งแตะเส้นชัยนั่นแหละ
ความสุขมันอิ่มอยู่เพียงแค่นั้น
พอพ้นจากสนามแข่ง เขาย่อมรู้ดีว่ามีความทุกข์อื่นๆขวางอยู่
ดังนั้น เราทุกคนก็ต่างแสวงหาความสุขกันทั้งนั้น
แต่ความสุขของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน
เพราะบางคนเป้าหมายแห่งความสุขช่างอยู่ไกลเกิน
แต่บางคนกลับได้รับความสุขอยู่ทุกวัน
..ไม่เหมือนความทุกข์ ที่มันมักอยู่รอบข้างทุกๆคนเสมอ
ไม่ว่าคนนั้นจะยิ่งใหญ่เพียงไหน
หรือว่าร่ำรวยเพียงใด
ความทุกข์ก็ไม่เคยละเว้น
เพียงแต่ว่าเราจะอยู่กับความทุกข์เหล่านั้นยังไง
ไม่ให้มันมาเกาะกินจิตใจ
จนเราสูญเสียจิตวิญญาณความเป็นคนไป

ปล.ชอบมากตอนหนึ่งที่พระเอกเล่นบาสอยู่กับลูก
เขาบอกลูกว่า ลูกจะเล่นบาสทั้งวันไม่ได้ ลูกต้องตั้งใจเรียนให้หนัก
แล้วลูกเขารู้สึกแย่มากที่ถูกว่าอย่างนั้น
เขารู้ว่าพูดผิดไป เขาจึงบอกลูกว่า
Hey. Don’t ever let somebody tell you
“You can’t do something”
Not even me. All right?
You got a dream…
You gotta protect it.
People can’t do somethin’ themselves,
they wanna tell you you can’t do it.
If you want somethin’, GO GET IT!.
นี่ลูก อย่าให้ใคร แม้กระทั่งพ่อเอง มาบอกลูกว่า
“ลูกทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่ได้”
ลูกมีความฝัน ลูกต้องปกป้องฝันนั้นไว้
คนอื่นๆเขาทำไม่ได้ เขาก็จะบอกลูกว่าลูกทำไม่ได้
แต่ถ้าลูกอยากได้สิ่งใด จงไปคว้ามันมา!
แหม ฟังแล้วมันถึงใจจริงๆ

ปล2. บังเอิญโหลดที่เป็นซาวน์แทร็คมาดูนะ
search ดูชื่อภาษาไทยตั้งชื่อว่า
“ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้”
ใครกำลังท้อๆไปหามาดูซะนะ

อ่านจบแล้ว ส่งข้อความมาทักทายกันได้ที่นี่ครับ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: